ความเชื่อผิดๆของคนไทย

ความเชื่อผิดๆ!! ของคนเรียนพิเศษ..??!!

ความเชื่อผิดๆ!! ของคนเรียนพิเศษ..??!!

ความเชื่อผิดๆ

การเรียนพิเศษนั้นก้อดีแล้วนิทำไมถึงมีการเข้าใจผิดๆ วันนี้เราจะมาบอกถึงว่าการเข้าใจผิดของน้องๆนั้นคืออะไรบ้าง บางคนเข้าใจไปทางนึงบางคนทางนึง วันนี้เรามารู้ให้กระจ่างกันเลย                                                                                                       การเรียนพิเศษของน้องๆ สมัยนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว ต้นเทอมก็เรียนพิเศษปรับพื้นฐาน กลางเทอมก็ต้องเรียนเสริมเนื้อหาในห้องเรียน ปลายเทอมก็ต้องเรียนอีกจะได้สอบผ่าน ปิดเทอมยังต้องเรียนเนื้อหาของปีหน้าอีก จะเห็นว่าชีวิตน้องๆ หลายคนวนเวียนอยู่กับตำราโรงเรียนกับตำรากวดวิชาสลับกัน

1. ไม่เรียนก็เสียเปรียบล่ะสิ
เพราะน้องๆ ส่วนใหญ่คิดว่า คนที่สอบผ่านได้ก็เพราะไปเรียนพิเศษ ติวเตอร์ต้องเป็นเทวดาล่วงรู้ข้อสอบโรงเรียนแน่ๆ แต่ความเป็นจริง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันแม้แต่นิดเดียว ได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องความรู้ ไม่ได้วัดกันที่กวดวิชาค่ะ แต่วัดที่ความตั้งใจในห้องเรียนต่างหาก
น้องๆ อาจจะเห็นคนที่เรียนกวดวิชาสอบผ่านได้คะแนนดีก็จริง แต่ถ้าถามว่าคนเรียนกวดวิชา แต่เกรดง่อยกว่าเดิม มีมั้ย ขอบอกว่ามีเยอะค่ะ อาจจะเยอะมากจนคิดไม่ถึงด้วยซ้ำ บางคนเรียนไปก็ไม่เข้าหัวอยู่ดี เพราะเรียนๆ โดดๆ ตรงกันข้าม ถ้าน้องๆ ตั้งใจเรียนตั้งแต่ในห้องเรียน ทบทวนด้วยตัวเองจนสอบผ่านได้คะแนนดี แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าได้เปรียบของแท้ เพราะไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ เรียนพิเศษเหมือนคนอื่นเค้า (เอาเงินแม่ไปจ่ายค่าเทอมเทอมหน้ายังดีกว่าเลย)

7 ความเชื่อผิดๆ!! ของคนเรียนพิเศษ ใครคิดแบบนี้อยู่บ้าง?

2. คอร์สยิ่งแพง ต้องยิ่งดี
อันนี้ตรรกะเพี้ยนอีกแล้ว สมัยก่อนคอร์สเรียนแค่หนึ่ง-สองพันบาท เดี๋ยวนี้จะจบคอร์สปาเข้าไปเป็นหมื่น ยิ่งเรียนกับติวเตอร์ส่วนตัว คิดค่าเรียนรายชั่วโมงกันเลย พอน้องๆ หันไปถามเพื่อนว่า ค่าเรียนพิเศษของแกเท่าไหร่ ถ้าแพงกว่าจะยิ่งภูมิใจ แต่ถ้าถูกกว่า จะเกิดอาการนอยด์ขึ้นมาเฉยเลย เพราะรู้สึกไปเองว่าคอร์สถูกมันต้องไม่ดีแหงๆ อันที่จริง ไม่ได้เกี่ยวกันแม้แต่น้อยค่ะ บางที่คิดค่าสอนถูก เพราะครูสอนยังไม่มีชื่อเสียงมาก แต่สอนดีเว่อร์ก็มี ส่วนที่คิดค่าสอนแพงๆ ติวเตอร์อาจจะรวมค่าสถานที่ ค่าเดินทาง ค่าจ้างครู ค่าโฆษณา ค่าพิมพ์หนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่บวกเข้ามาแล้วเก็บเพิ่มกับเรา
ฉะนั้น ความเชื่อนี้ตัดทิ้งไปได้เลย คอร์สแพงไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป คราวหลังจะเลือกเรียนที่ไหน อย่าดูที่ราคาเป็นหลัก แต่ให้ดูที่เนื้อหาที่สอน โดยสอบถามจากรุ่นพี่ที่เคยเรียนจะดีกว่า จะได้คุ้มค่ากับการเรียนที่สุด

3. จบคอร์สแล้ว ต้องต่อคอร์สใหม่ทันที
แหม่.. ไม่เหนื่อยกันบ้างหรือไงคะน้องขา จุดประสงค์ของการเรียนพิเศษคือ การเรียนเสริมเพื่อเพิ่มเติมความรู้ค่ะ ไม่ใช่เรียนเป็นหลัก ดังนั้น จะเลือกเรียนพิเศษก็ควรเลือกคอร์สที่เรายังไม่แน่น ไม่ใช่ว่ามีคอร์สอะไรให้เรียน ก็ลงเรียนมันหมด สุดท้ายแล้ว น้องจะไม่รู้เลยว่าตัวเองอ่อนอะไร ต้องการอะไรเพิ่มเติม การลงเรียนไปเรื่อยๆ ก็จะยิ่งทำให้น้องเห็นคุณค่าของการเรียนพิเศษลดลง จนเหมือนส่วนนึงในชีวิตประจำวันที่ไม่ต้องใส่ใจมันก็ได้
ใครที่ยังเชื่อว่าต้องลงเรียนทุกคอร์สแล้วจะดี คิดใหม่นะคะ ให้เลือกเรียนเฉพาะเรื่องที่เราต้องการเพิ่มความมั่นใจ ถ้าโอเคแล้ว จะหยุดเรียน และไปเรียนวิชาอื่นๆ จะดีกว่า

7 ความเชื่อผิดๆ!! ของคนเรียนพิเศษ ใครคิดแบบนี้อยู่บ้าง?

4. ไปเรียนเพื่อเอาสูตรลัด
ต้องยอมรับว่า ติวเตอร์กวดวิชามีวิธีสอนที่สนุกกว่าคุณครูในห้องเรียนจริงๆ ค่ะ เพราะติวเตอร์จะมีมุกสอดแทรกเข้ามาในเนื้อหาตลอดจะได้เรียนไม่ง่วง ไม่น่าเบื่อ รวมถึงมีสูตรลัดสารพัดสูตรที่น้องๆ ต้องร้องโอ้โห อ้าหา อยากได้เหมือนต้องการน้ำกลางทะเลทรายยังไงยังงั้น ซึ่งหลายคนมีความเชื่อว่า จะหาสูตรลัดพวกนี้ได้จากกวดวิชาเท่านั้น จึงขอเงินพ่อแม่ไปเรียนพิเศษเพื่อเอาสูตรลัดโดยเฉพาะ
แต่น้องๆ รู้มั้ยว่าสูตรลัดที่ได้มา หลายๆ สูตรมีที่มาจากสมการเดียวกัน แล้วการที่น้องๆ ท่องจำแต่สูตรลัด อาจทำให้หัวระเบิดได้นะคะ เพราะมันมีเยอะมากๆ ถ้าท่องจำเพียงอย่างเดียว จะยิ่งกลายเป็นนักเรียนที่ไม่สามารถประยุกต์โจทย์ได้เลย ฉะนั้นสูตรลัดถือว่าเป็นตัวช่วยให้เรียนง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่วิธีหลักที่จะใช้เรียนหรือสอบ เพราะเราจะไม่เข้าใจเนื้อหานั้นๆ โดยถ่องแท้เลยค่ะ

5. เรียนแล้วฉลาดขึ้นทันตา
น้องๆ เรียนพิเศษก็เพื่อเสริมในส่วนที่ไม่เข้าใจ หรือ เรียนเพื่อย้ำความรู้ที่มีให้แน่นขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เรื่องไหนที่เรียนไม่รู้เรื่อง แล้วจะรู้เรื่องในทันตา ถ้ายังมีพฤติกรรมการเรียนเหมือนเดิมอยู่ คือ เรียนบ้างเล่นบ้าง ไม่ทบทวน ซึ่งการเรียนพิเศษก็เหมือนดาบสองคมนะคะ ถ้าตั้งใจเรียนก็จะได้ผลดี แต่ถ้าไม่ตั้งใจอาจงงกว่าเดิมอีก เพราะติวเตอร์มักจะสอนเร็ว สูตรลัดเยอะ และไม่ย้อนทวนให้ด้วย

6. เรียนแล้วไม่ต้องทำการบ้านก็ได้ ครูไม่ตรวจ
จุดต่างระหว่างกวดวิชากับห้องเรียนในโรงเรียน จุดนึงก็คือ ติวเตอร์สั่งการบ้านให้ทำ แต่จะไม่ค่อยตามตรวจค่ะ ซึ่งต่างจากโรงเรียนที่ครูจะตรวจและให้คะแนน น้องๆ จึงได้ทบทวนด้วยการทำการบ้านจริงๆ แต่อย่างว่าแหละค่ะ มีการบ้านแต่ไม่ทำแล้วไม่โดนด่า มันคือสวรรค์ชัดๆ น้องๆ ส่วนใหญ่ก็เลยไม่ค่อยทำการบ้านที่ติวเตอร์สั่ง และมารอฟังเฉลยในคลาสพร้อมๆ กับคนอื่น
ใครที่มีความเชื่อว่า การบ้านในกวดวิชาไม่ต้องทำก็ได้ คิดผิดสุดๆ ยิ่งเราไม่ทำ ก็ไม่มีอะไรมาทดสอบเลยว่าสรุป ไอที่เสียเงินเรียนไปน่ะ เราเข้าใจมั้ย เอามาใช้ได้จริงๆ หรือเปล่า

7. เรียนพิเศษแล้ว ไม่ต้องตั้งใจเรียนในห้องก็ได้
บางคนเหมือนเอาชีวิตมาฝากไว้กวดวิชา กะว่าเรียนเพิ่มแล้ว รอยหยักในสมองต้องเพิ่มแน่ๆ เลย ข้อนี้พี่มิ้นท์ไม่เถียงค่ะ การเรียนพิเศษช่วยเพิ่มความเข้าใจในบทเรียนที่โรงเรียนได้จริง แต่ถ้าเรียนแล้วเลิกสนใจเนื้อหาในห้องเรียนไปเลยแบบนี้ก็ไม่ถูก เพราะแม้ว่าที่โรงเรียนจะเรียนไป สั่งงานไป แต่น้องๆ ก็จะได้เรียนตั้งแต่พื้นฐาน ซึ่งพื้นฐานทุกเรื่องเอาไปต่อยอดระดับที่สูงขึ้นไปได้ เป็นความรู้ที่ยั่งยืนค่ะ ส่วนกวดวิชาจะสอนค่อนข้างเร็ว ถ้าไม่มีพื้นฐานมาก่อน ก็สอนกันแบบไม่รอเลย ที่สำคัญ ใครไม่ทบทวน ลืมง่ายแน่นอน